Saturday, September 6, 2014

การดูแลสุขภาพช่องปากคนพิเศษ

ดูแลช่องปากผู้ป่วยที่ช่วยตัวเองไม่ได้

         ในปัจจุบันเรามักจะได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าคนในครอบครัว ญาติ หรือเพื่อนของเราบางครอบครัวต้องมีภาระเลี้ยงดูผู้ป่วยในครอบครัวซึ่งอยู่ในภาวะทุพพลภาพจากสาเหตุต่างๆ ที่มักพบบ่อย ได้แก่ อุบัติเหตุจราจร โรคความดันโลหิตสูง โรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเลือด หรือมีความพิการ บางประการ เช่น ออทิสซึม โรคสมองพิการ ปัญญาอ่อน ไขสันหลังได้รับบาดเจ็บ ความบกพร่องทางการมองเห็นและการได้ยิน โรคกล้ามเนื้อเสื่อม โรคซึมเศร้า การชัก  เป็นต้น ซึ่งเขาเหล่านี้มักตกอยู่ในสภาพที่น่าเวทนา เนื่องจากสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจเสื่อมลง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดีดังก่อน แต่ยังคงรู้สึกตัวอยู่ระดับหนึ่งอาจจะมากบ้างน้อยบ้าง และต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ นอกจากสุขภาพโดยทั่วไปแล้ว สุขภาพในช่องปากก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่มักถูกละเลยทั้งโดยตัวผู้ป่วยเองและคนใกล้ชิด พลอยทำให้สุขภาพร่างกายทรุดลงไปอีก โดยเฉพาะเมื่อเกิดความผิดปกติในช่องปากขึ้นแล้วก็ยิ่งเพิ่มความทุกข์ทรมานเป็นทวีคูณ ดังนั้น ผู้ดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ควรตระหนักและมีความรู้ที่ถูกต้องในการให้การดูแลสุขภาพในช่องปากของผู้ป่วย สิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จัดเป็นโปรแกรมการดูแลเชิงป้องกันเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยในช่องปากที่พึงกระทำ
  ๑. การทำความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมอ 
   วิธีนี้อาจกระทำโดยตัวผู้ป่วยเองหรือผู้ดูแล สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือโรคเลือด การอักเสบของเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากอาจเป็นอุปสรรคในการแปรงฟัน ให้เลี่ยงไปใช้ผ้ากอซ (ตัดพับเป็นรูปสี่เหลี่ยมเหมือนที่หมอฟันให้กัดหลังถอนฟัน) หรือไม้พันสำลีจุ่มน้ำยาบ้วนปากคลอเฮ็กซิดีนเช็ดถูเบาๆ ให้แทน ทั้งนี้อาจใช้ร่วมกับน้ำเกลือหรือน้ำยาโซเดียมไบคาร์บอเนต โดยการดูดน้ำยาใส่ในกระบอกฉีดยาขนาด ๕๐ ซี.ซี. (ชนิดใช้แล้วทิ้ง) และต่อปลายกระบอกฉีดด้วยท่อยางสั้นๆ แทนเข็มฉีดยาช่วยฉีดล้างให้

ในกรณีที่มีแผลเจ็บในช่องปากอาจให้ยาชาในรูปเม็ดอม หรือชนิดสเปรย์ฉีดพ่นให้โดยตรง 

๒.การควบคุมแผ่นคราบฟันด้วยน้ำยาเคมี 
    น้ำยาเคมีที่จัดว่ามีประสิทธิภาพที่สุดในการควบคุมแผ่นคราบฟัน คือ คลอเฮ็กซิดีน ๐.๒ เปอร์เซ็นต์
 

ซึ่งออกฤทธิ์ต้านการอักเสบของเหงือกและฟันผุได้ดี โดยให้เจือจางน้ำยานี้ในอัตราส่วนน้ำยาต่อน้ำเท่ากับ ๑.๑ โดยปริมาตร เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง อันได้แก่ การรับรสของลิ้นลดลง เนื้อเยื่อในช่องปากแห้งและติดสีดำ ให้อม ๑ นาทีหลังอาหารแล้วบ้วนทิ้ง

 ๓. การให้ฟลูออไรด์ 
   ด้วยวิธีนี้สามารถชดเชยการละลายธาตุแคลเซียมออกจากผิวเคลือบฟัน อันเนื่องมาจากการใช้ยาอมเคลือบน้ำตาลหรือยาน้ำเชื่อมที่มีซูโครสเป็นส่วนประกอบทำให้เกิดกรดในน้ำลาย หรือยาบางชนิดที่มีผลต่อการลดปริมาณน้ำลาย กรณีเช่นนี้ควรให้น้ำยาโซเดียมฟลูออไรด์ ๐.๐๕ เปอร์เซ็นต์ที่มีฤทธิ์เป็น
กลาง (Neutral sodium fluoride) อมบ้วนปากทุกวันหลังอาหารครั้งละ ๒๐ ซี.ซี. นาน ๑ นาที 

 ๔. การป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน
 การติดเชื้อแทรกซ้อนเช่น การติดเชื้อรา เชื้อไวรัส ซึ่งพบบ่อยในผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ
ได้แก่ ผู้ที่รับการเปลี่ยนอวัยวะ ผู้ป่วยเอดส์ เป็นต้น อาจให้ยาต้านเชื้อราชนิดป้ายหรืออมในปาก เช่น นิสเตติน (Nystatin) แอมโฟเทอริซิน (Amphotericin) สำหรับผู้ป่วยที่มีฟันผุง่าย ควรใช้ยาชนิดที่ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม เช่น นิสเตติน แวจินอล ทรอชส์ (Nystatin vaginal troches) หรือชนิดกิน เช่น คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) , แอมโฟเทอริซิน (Amphotericin) , ฟลูโคนาโซล (Fluconazole) สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ฟันปลอมแบบถอดได้ ให้ทาครีมไมโคนาโซล ไนเตรต (Miconazole nitrate) ลงบนฟันปลอม หรือบริเวณที่ติดเชื้อจากฟันปลอม สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิต้านทานอาจใช้อะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) เป็นยาต้านการติดเชื้อไวรัส
 5. การดูแล ในผู้ป่วยที่มีปัญหาการหลั่งน้ำลายลดลง 
 โรคบางอย่างมีความสัมพันธ์กับการหลั่งน้ำลายน้อยลง ทำให้ช่องปากแห้ง อีกสาเหตุที่พบบ่อยแต่มักถูกมองข้าม คือ การใช้ยาบางชนิดติดต่อกันนานๆ หรือการใช้ยาร่วมกันหลายๆ ชนิด หากพบว่า มีการหลั่งของน้ำลายลดลงเหลือต่ำกว่า ๐.๓ ซี.ซี.ต่อนาที ถือว่ามีความผิดปกติ ทั้งนี้ให้พิจารณาร่วมกับภาวะความข้น-ใสของน้ำลายและการหดตัวของเนื้อเยื่อบุผิวในปาก เมื่อพบว่า ผู้ป่วยมีภาวะปากแห้งผิดปกติต้องแก้ไข โดยอาจให้บ้วนปากบ่อยๆ หรือเคี้ยวหมากฝรั่งชนิดจืดเพื่อกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย 
๖. การดูแลแผลในช่องปาก 
    การเกิดแผลในช่องปากมีสาเหตุหลายประการ เช่น การกัดกระพุ้งแก้มหรือริมฝีปากในผู้ป่วยที่มีปัญหาการควบคุมกล้ามเนื้อรอบปาก การอักเสบของเนื้อเยื่อบุผิวในปากจากการฉายรังสี หรือได้รับเคมีบำบัด และการติดเชื้อต่างๆ สำหรับผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอมาก แผลในช่องปากอาจเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อไปสู่กระแสเลือด ทั้งยังก่อให้เกิดภาวะทุโภชนาการ เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้นอีก แผลในปากที่เกิดจากการใช้เคมีบำบัด หรือการฉายรังสีจะมีผลต่อเนื้อเยื่ออ่อนในปาก ซึ่งได้แก่ เยื่อบุกระพุ้งแก้ม เพดานอ่อน เยื่อบุใต้ลิ้นและด้านข้างลิ้น ส่วนบริเวณเพดานแข็งและเหงือกไม่ค่อยถูกกระทบมากนัก ในกรณีเช่นนี้ ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษเพื่อลดการอักเสบของเนื้อเยื่อบริเวณคอส่วนต้นที่อยู่หลังช่องปาก โดยให้น้ำยาบ้วนปากบ่อยๆ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นในช่องปาก การแปรงฟันหรือเช็ดถูเหงือกควรกระทำด้วยความนุ่มนวลและระมัดระวังที่สุด น้ำยาบ้วนปากที่เหมาะสม คือ คลอเฮ็กซิดีน ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด หรือการฉายรังสี มักมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดกรัม-ลบ แบซิลไล (gram negative baecilli) จึงควรป้องกันโดยให้ยาอมที่มีส่วนผสมของโพลีมิกซิน อี (Polymyxin E) โทบรามันซิน (Tobramycin) , และ แอมโฟเทอริซิน (Amphotericin) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการควบคุมการติดเชื้อและการเกิดเนื้อเยื่อสีเทา (pseudo-membrane) ซึ่งเป็นสัญญาณบอกถึงการอักเสบอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ยาอมดังกล่าวนี้ไม่อาจควบคุมการอักเสบในระดับที่อ่อนกว่าได้
     ผู้สูงวัย (Geriatric Dentistry) ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และมีปัญหาสุขภาพช่องปากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะปัญหาโรคมะเร็งในช่องปาก ซึ่งมีความรุนแรงที่สุดในจำนวนปัญหาสุขภาพช่องปากรูปแบบอื่นๆ เพราะมีความทุกข์ทรมานในการดำรงชีวิตช่วงที่เป็นโรค และมีโอกาสเสียชีวิตสูงสุด
       เมื่อ อาจารย์ทันตแพทย์หญิง ดร.ดุลยพร ตราชูธรรม จากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอาจารย์ทันตแพทย์หญิง ดร.อรุณวรรณ หลำอุบล จากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยทั้งสองท่านเป็นนักเรียนทุนอานันทมหิดลที่ได้รับพระราชทานทุนแผนกทันต แพทยศาสตร์ ในปี ๒๕๔๔ และ ๒๕๔๕ ตามลำดับ ได้ไปศึกษาต่อยังประเทศสหรัฐอเมริกาในสาขาเกี่ยวกับโรคมะเร็งในช่องปากและ ที่เกี่ยวข้อง เมื่อกลับมาในประเทศมีความสนใจที่จะวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากผลงาน วิจัยและพัฒนาเดิม เพื่อช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งในช่องปากในประเทศไทย ซึ่งมีปริมาณผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและอยู่ในขอบเขตของทันตแพทย์ มูลนิธิฯ จึงได้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการพบว่ามีความเป็นไปได้และเป็นประโยชน์ จึงเห็นควรสนับสนุน คณะกรรมการมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงมีมติอนุมัติให้ดำเนิน “โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก” ขึ้น
     
   นวัตกรรมอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปากนี้เป็นอาหารรูปแบบใหม่ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยรับประทานทางปากได้ง่าย ถูกหลักโภชนาการ จึงช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย นอกจากนี้เมื่อพัฒนาต่อโดยเติมสารออก ฤทธิ์กำจัดรอยโรคมะเร็งช่องปาก ที่มีผลข้างเคียงน้อยก็อาจช่วยบรรเทาอาการของโรค เนื่องจากอาหารลักษณะดังกล่าวยังไม่มีการผลิตทั้งในประเทศ และในโลกมาก่อน จึงถือเป็นนวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ เป็นอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก
 
  
       ผลการประเมินประสิทธิผลของเจลลี่โภชนา ต่อสภาวะโภชนาการของผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอจำนวน ๖๘ ราย พบว่าผู้ที่รับประทานเจลลี่โภชนาต่อเนื่องมีน้ำหนักลดน้อยกว่าผู้ที่ไม่รับ ประทานเจลลี่โภชนา หรือรับประทานไม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้การประเมินประสิทธิผลของเจลลี่โภชนาต่อคุณภาพชีวิต พบว่าผู้ป่วยที่ไม่รับประทานเจลลี่โภชนามีคุณภาพชีวิตแย่ลง ขณะที่ผู้ป่วยที่รับประทานเจลลี่โภชนามีคุณภาพชีวิตดีกว่าผู้ที่ไม่รับ ประทานอย่างมีนัยสำคัญ


  โครงการในอนาคต
       พัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่ โภชนาให้มีรสชาติที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องไม่รู้สึกจำเจและเกิด ความอยากอาหาร โดยอาจพัฒนารสชาติอื่นๆ เช่น รสข้าวมันไก่ ต้มยำ แกงมัสมั่น แกงส้ม เป็นต้น รวมถึงอาจพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่โภชนาให้มีรสธรรมชาติ เช่น รสข้าว รสนม และพัฒนาซอสรสต่างๆ เพื่อรับประทานร่วมกับเจลลี่โภชนารสธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเลือกรับประทานเองได้ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการรับประทานอาหารทั่วไปของคนไทย นอกจากนี้การใช้งบประมาณและระยะเวลาในการวิจัยและพัฒนายังน้อยกว่าการสร้าง เจลลี่โภชนาเป็นรสต่างๆ
       ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ชนิดถ้วยแบบปลอดเชื้อ ซึ่งจะสะดวกในการประทาน
       ดำเนินการผลิตในเชิง พาณิชย์ เนื่องจากได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ป่วยในโครงการอาหารพระราชทาน สำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก และผู้ป่วยประสงค์ที่จะได้รับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีความต้องการให้กระจายผลิตภัณฑ์ตามร้านค้าทั่วไปเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึง ผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น
  โครงการในอนาคต
       พัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่ โภชนาให้มีรสชาติที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องไม่รู้สึกจำเจและเกิด ความอยากอาหาร โดยอาจพัฒนารสชาติอื่นๆ เช่น รสข้าวมันไก่ ต้มยำ แกงมัสมั่น แกงส้ม เป็นต้น รวมถึงอาจพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลลี่โภชนาให้มีรสธรรมชาติ เช่น รสข้าว รสนม และพัฒนาซอสรสต่างๆ เพื่อรับประทานร่วมกับเจลลี่โภชนารสธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยสามารถเลือกรับประทานเองได้ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการรับประทานอาหารทั่วไปของคนไทย นอกจากนี้การใช้งบประมาณและระยะเวลาในการวิจัยและพัฒนายังน้อยกว่าการสร้าง เจลลี่โภชนาเป็นรสต่างๆ
       ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ชนิดถ้วยแบบปลอดเชื้อ ซึ่งจะสะดวกในการประทาน
       ดำเนินการผลิตในเชิง พาณิชย์ เนื่องจากได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ป่วยในโครงการอาหารพระราชทาน สำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก และผู้ป่วยประสงค์ที่จะได้รับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีความต้องการให้กระจายผลิตภัณฑ์ตามร้านค้าทั่วไปเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึง ผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น
โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก
                           หน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๗. การดูแลอวัยวะปริทันต์ 
    อวัยวะปริทันต์ อันได้แก่ เหงือกและอวัยวะรอบตัวฟัน การใช้ยาบางอย่างอาจทำให้เกิดภาวะเหงือกบวมโต (Gingival hyperplasia) ได้ง่าย เช่น ไซโคลสปอริน เอ (Cyclosporin A) ซึ่งใช้ป้องกันมิให้ร่างกายปฏิเสธการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกหรืออวัยวะ ยาเฟนิลโทอิน(Phenyltoin) ที่ใช้ลดการอาเจียน ยากลุ่ม Calcium channel blocking agents เช่น ไนฟีดีน (Nifedine) และดิลไทอะเซม (Diltiazem) ที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูงในคนชรา ยาไดแลนติน (Dilantin) ใช้ป้องกันการชักในเด็ก เป็นต้น เรามักพบว่า เหงือกบริเวณฟันหน้ามักเกิดการบวมได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชอบหายใจทางปากหรือมีแผ่นคราบฟัน (Dental plaque) มาก เหงือกที่บวมจะหายได้เองเมื่อหยุดใช้ยา ดังนั้นการดูแลอนามัยช่องปากจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงการทำศัลยกรรมตัดแต่งเหงือกภายหลังการหยุดยา
    ผู้ป่วยทุพพลภาพควรได้รับการให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอด้วย นอกเหนือจากการดูแลทางกาย เนื่องจากสภาพจิตของผู้ป่วยก็อยู่ในสภาพไม่ดีไปกว่าร่างกายสักเท่าใด การเยี่ยมเยือนเป็นระยะๆ จากญาติมิตรก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้มาก แต่ดูเหมือนจะทำได้ไม่ค่อยต่อเนื่อง ดังนั้นการพูดคุยจากสมาชิกในครอบครัวจึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำเพื่อเป็นการชดเชยทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้งหรือรังเกียจจากสังคม สำหรับผู้ป่วยที่พอจะช่วยตัวเองได้ ควรพยายามให้ช่วยตัวเองให้มากที่สุดในขอบเขตที่สมเหตุสมผล เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระต่อผู้อื่นเกินจำเป็น ทั้งยังเป็นการรักษาความเชื่อมั่นในตนเองด้วย

๘. การให้ทันตสุขศึกษา
  การให้ทันตสุขศึกษาเป็นกิจกรรมที่ควรให้บริการแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการทุกราย
โดยควรอธิบายเรื่องโรคในช่องปาก สาเหตุและวิธีการป้องกันการเกิดโรค เพื่อให้คนพิการเกิดความรู้
ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปาก และสามารถดูแลสุขภาพช่องปากขั้นพื้นฐานให้ดีที่สุดตามความสามารถของตนเอง
๙. ฝึกทักษะการแปรงฟัน
  เราต้องอธิบายให้คนพิการและผู้ดูแลทราบถึงความสำคัญของการแปรงฟันท่าทางในการแปรงฟัน
รวมถึงให้คนพิการและผู้ดูแลได้มีโอกาสฝึกทักษะการทำความสะอาดช่องปากที่ถูกต้องและเหมาะสม
กับสภาวะของคนพิการ ซึ่งทันตบุคลากรอาจแนะนำอุปกรณ์ช่วยทำความสะอาดเพิ่มเติม เช่น แปรงสีฟันไฟฟ้า แปรงซอกฟัน ไหมขัดฟัน เป็นต้น นอกจากนั้นอาจมีการดัดแปลงลักษณะของแปรงสีฟันให้เหมาะสมกับความผิดปกติของคนพิการแต่ละคน โดยเฉพาะคนที่บกพร่องทักษะด้านการใช้มือ เพื่อให้คนพิการสามารถแปรงฟันได้ด้วยตนเองตามสมรรถนะที่มีอยู่ เช่นถ้าคนพิการนิ้วมือไม่มีกำ ลัง เราควรเพิ่มขนาดด้ามแปรงให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อช่วยให้คนพิการที่มือแข็งเกร็งหรือนิ้วมือไม่มีกำลัง สามารถจับยึดแปรงได้ถนัดขึ้น และเพิ่มแรงเคลื่อนแปรงสีฟันได้ดีกว่าแปรงสีฟันด้ามเล็กที่ไม่พอดีกับการกำ และการจับของนิ้วมือทำให้หลุดง่ายขณะแปรง
    สำหรับคนพิการที่ใช้เท้าแปรงฟัน ขนาดของด้ามแปรงก็ยังคงมีความสำคัญอยู่ โดยต้องมี
ขนาดพอเหมาะ ที่นิ้วหัวแม่เท้า และนิ้วถัดไปจะหนีบจับได้ และด้ามแปรงควรจะโค้งงอเล็กน้อย
เพื่อช่วยให้ทำความสะอาดฟันซี่ในสุดได้สะอาดขึ้น อาจจะประยุกต์โดยการใช้ด้ามร่มที่เสียแล้วมา
พันเทปกาว หรือดัดด้ามแปรงสีฟันให้โค้งงอ เพื่อให้คนพิการยึดจับแปรงสีฟันได้ถนัดมือมากขึ้น หรือจะใช้สายรัดอุ้งมือก็เป็นตัวรัดด้าม แปรงเข้ากับมือได้ซึ่งสามารถปรับขนาดได้ ทำให้คนพิการจับแปรงสีฟันได้แน่นขึ้น แต่ถ้าไม่สามารถซื้อหาได้ เราก็อาจจะใช้หนังยาง หรือแผ่นยางขนาดใหญ่ช่วยรัดยึดด้ามแปรงให้ติดแน่นกับมือแทนได้นอกจากนั้นอาจเลือกใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยให้คนพิการแปรงฟันได้สะดวกมากขึ้น แต่มีราคาค่อนข้างสูงกรณีคนพิการที่งอพับข้อศอกหรือไหล่ไม่ปกติคนพิการกลุ่มนี้งอพับแขนเข้ามาเพื่อแปรงฟันได้ลำบาก ดังนั้นเราควรเพิ่มความยาวของด้ามแปรง โดยใช้ ไม้ไผ่ ตะเกียบหรือด้ามพลาสติกพันกับด้ามแปรงสีฟัน ซึ่งการทำให้แปรงสีฟันมีด้ามยาวมากขึ้น ก็เหมือนการเพิ่มวงแขนให้กว้างขึ้นทำให้คนพิการสามารถนำแปรงเข้าปาก และแปรงฟันให้ตัวเองได้
 สำหรับสถานที่แปรงฟัน
     ถ้าคนพิการสามารถแปรงฟันได้ด้วยตนเอง ก็แนะนำให้แปรงฟันหน้ากระจกเพื่อให้คนพิการได้เห็นว่าแปรงฟันสะอาดทั่วถึงหรือไม่ แต่ถ้ามีผู้ดูแลช่วยแปรงให้สามารถแปรงฟันที่ไหนก็ได้
 โดยใช้หลักการ ๓ ส คือ สะดวก, สบาย, สว่าง หมายความว่า ผู้ดูแลสามารถแปรงฟันได้อย่างสะดวก คนพิการอยู่ในท่าทางที่สบาย ที่สำ คัญคือควรสว่างเพียงพอที่คนพิการหรือผู้ดูแลเห็นฟันชัดเจน และแปรงฟันได้สะอาดจนถึงด้านในสุด




เครดิต ที่มาบทความ
๑.ดูแลช่องปากผู้ป่วยที่ช่วยตัวเองไม่ได้ โดย Fon ,บทความสุขภาพน่ารู้ มูลนิธิหมอชาวบ้าน,ถอดความจาก บทความของ Dr.Laurence J.Walsh, Senior beturer in Preventive, Dentistry Dept. of Dentistry, University of Queensland.,http://www.doctor.or.th/article/detail/3252, ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ , ค้นหา ๒๘/๐๘/๒๕๕๗ .
๒.วารสารทันตภูธร ปีที่ ๒๑ ฉบับที่ ๔ /๒๕๕๔ ฉบับพิเศษ(ทันตภูธรฉบับพิเศษสำหรับการดูแลทันตสุขภาพคนพิเศษ) ,http://www.healthyability.com/loadfile/Tanta_21_V42554.pdf, ค้นหา ๒๘/๐๘/๒๕๕๗ .
๓.การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้ป่วยพิการ,http://www.colgate.co.th/app/CP/TH/TH /OC/Information/Articles/Oral-and-Dental-Health-Basics/Medical-Conditions/Special-Needs/article/Oral-Care-for-Patients-with-Disabilities.cvsp, ค้นหา ๒๘/๐๘/๒๕๕๗ .
.Clinical Guidelines and Integrated Care Pathways for the Oral Health Care of People with Learning Disabilities
https://www.rcseng.ac.uk/publications/docs/clinical_guidelines_oral_health_care.html, ค้นหา ๒๘/๐๘/๒๕๕๗ .
๖.Thai Society for Special needs and Oral Health,https://www.facebook.com/dentspecial, ค้นหา ๒๘/๐๘/๒๕๕๗ .
๗.เครือข่ายทันตแพทย์ทั่วไทย https://www.facebook.com/groups/thaidentistnetwork/, ค้นหา ๒๘/๐๘/๒๕๕๗ .

๘.วีดีโอ:ดูให้รู้ - เพื่อผู้สูงวัย Dohiru 高齢者 14,https://www.youtube.com/watch?v=seA-DW7dFhA,DohiruTV, ค้นหา ๒๘/๐๘/๒๕๕๗ .

๙.การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม,โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก,http://transferdent-in-found.makewebeasy.com/

, ค้นหา ๒๘/๐๘/๒๕๕๗ .

๑๐.https://www.facebook.com/bantungshow, ค้นหา ๒๘/๐๘/๒๕๕๗ .